ผ้ายันต์นารายณ์ทรงสุบรรณ

พระนารายณ์ ท่านเป็นหนึ่งในสามมหาเทพ ผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งเชื่อกันว่ายันต์ที่เกี่ยวกับพระนารายณ์จะเด่นในเรื่อง มหาปราบ แคล้วคลาด และ คงกระพันชาตรี เดินทางไปแห่งหนตำบลใดก็จะมีแต่ความสำเร็จและมีชัยชนะเหนือศัตรูหมู่มารทั้งปวง ส่วนพญาครุฑ เป็นดั่งมหาอำนาจเพราะ พญาครุฑสัตว์กายสิทธิ์ที่ไม่มีผู้ใดสามารถฆ่าให้ตายได้มีอายุยืน เสมือนว่าเป็นอมตะ เป็นเรื่องลี้ลับที่คนพยายามค้นคว้า และเสาะหาที่มาแห่งพลังอำนาจดังกล่าว จนเกิดการสร้างเครื่องรางต่าง ๆ ขึ้น
อำนาจพญาครุฑสามารถจำแนกได้ถึง ๘ ประการ ดังนี้คือ
๑.เป็นมหาอำนาจอันยิ่งใหญ่ เป็นสิทธิอำนาจอันเฉียบขาด
๒.สามารถลบล้างอาถรรพ์และคุณไสย์ทั้งปวง ภูติผีปิศาจกลัวไม่กล้าเข้ามาย่างกลายใกล้ๆ
๓.เป็นสื่อนำพาความเจริญรุ่งเรือง ยศถาบรรดาศักดิ์มาสู่ชีวิตหน้าที่การงาน
๔.ปกป้องคุ้มครอง ป้องกันภัยเป็นคงกระพันชาตรี
๕. ป็นเมตตามหานิยม
๖.นำความร่มเย็นเป็นสุขมาให้
๗.ทำมาค้าขายดีเป็นสื่อนำโชคลาภนานาประการ
๘.ป้องกันจากสัตว์ร้าย เขี้ยวงา อสรพิษไม่กล้ากล้ำกรายเข้าใกล้ เพราะเกรงกลัว ตบะบารมีขององค์พญาครุฑเป็นที่สุด
พระนาราณ์ทรงครุฑ เป็นสัญลักษณ์ของ อำนาจบารมีที่สูงส่ง ยิ่งใหญ่มีเดชะบารมีอำนาจเหนืออยู่เหนือศัตรูคู่แข่ง เมื่อใดที่เกิดทุกข์เข็ญหากพระนารายณ์เสด็จลงมาโปรดหรือปราบแล้วทุกข์ผองภัยทั้งหลายย่อมหมดไปด้วยเดชะบารมีของท่าน
ยันต์มหาพิชัยสงครามนารายณ์ทรงสุบรรณ เป็นยันต์โบราณ ได้คัดลอกแบบมาจาก ตำรายันต์สมุดไทยโบราณ เขียนด้วยหรดาล ฉบับ British Museum อายุเก่าแก่ นับร้อยปี ซึ่งเชื่อว่า น่าจะเขียนบันทึกขึ้นในช่วงสมัย รัชกาลที่๕ ขึ้นไป ซึ่งในสมุดไทยโบราณเล่มนี้ มีการรวบรวมยันต์พิชัยสงคราม และ ยันต์พระคาถาต่างๆที่ใช้เพื่อปกป้องคลุ้มครองจากภยันตรายต่างๆ จากพลังงานลบ และ ใช้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการรบการศึกสงครามที่มีมาอย่างช้านาน ที่ศรัทธานิยมบูชากันตั้งแต่ในยุคอดีตไว้จำนวนมากและ ยันต์นี้เป็นหนึ่งในยันต์ที่ถูกบันทึกเอาไว้
ผ้าสำหรับใช้ทำแผ่นยันต์มี ๒ชนิดคือ
๑.#ผ้าภูอัคนี เป็นผ้าทอมือโบราณ ทำตามแบบตำหรับ ภูมิปัญญาพื้นบ้านของชาวบุรีรัมย์ ผ้านี้ถูกย้อมสีด้วย ดินภูเขาไฟภูอัคนี ซึ่งเป็นดินภูเขาไฟที่อยู่บนเขาพระอังคาร ซึ่งเราเชื่อกันว่า มีบารมีของพญาครุฑอายุนับพันปี ป้องป้องคุ้มครองเขาแห่งนี้อยู่ ย้อมต้มผสมกับเปลือกของต้นประดู่ เป็นที่มาของชื่อ “ผ้าภูอัคนีบารมีพญาครุฑ” จำนวนการสร้าง ๕๒๗ ผืน
๒.#ผ้าแดงลายดำตามแบบฉบับ ผ้ายันต์โบราณ จำนวนการสร้าง ๑,๐๐๐ ผืน
อิติปิโส​ วิเสเสอิ​ อิเสเสพุทธะนาเมอิ​ อิเมนาพุทธะตัง​โสอิอิโสตัง​พุทธะปิติอิ
อิติปาระมิตาติงสา​ อิติสัพพัญญููมาคะตา​ อิติโพธิมะนุปปัตโต​ ​อิติปิโส​จะเตนะโม​ฯ
ผ่านพิธีพุทธาภิเษกและอธิษฐานจิต ๖ วาระจากพระเกจิอาจารย์จากทั่วทุกภาคของประเทศ
๑.#วัดครุฑธาราม พระนครศรีอยุธยา(ภาคกลาง) วันอาทิตย์ที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๔ (มหาพิธีพุทธาภิเษกเบิกเนตรพญาครุฑเกจิ ๒๕ รูป)
๒.#วัดนาเขื่อน จังหวัดชลบุรี (ภาคตะวันออก) วันเสาร์ที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๔ (พิธีเสาร์ห้า)
๓.#วัดเขาขุนพนม จังหวัดนครศรีธรรมราช(ภาคใต้) วันเสาร์ที่ ๓ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๔ (พิธีโบสถ์มหาอุตต์)
๔.#วัดธรรมชัยมงคล จังหวัดเชียงใหม่ (ภาคเหนือ) วันเสาร์ที่๑๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๔ (พิธีเบิกชะตาหลวง)
๕.#สำนักสงฆ์ป่าปวงตึก จังหวัดศรีสะเกษ (ภาคอีสาน) วันจันทร์ที่๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๔ (คืนจันทร์ซ้อนจันทร์)
๖.#วัดปริวาสราชสงคราม กรุงเทพฯ ท่านเจ้าคุณสมชาย เมตตาอธิษฐานจิตเดี่ยว วันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๔
ผ้ายันต์ทั้งสองชนิดจะบรรจุอยู่ในกรอบอย่างดี มีเหรียญ “#กอร์กอนหน้าเทพี” ติดอยู่ด้านล่างของกรอบ
แผ่นผ้ายันต์ทั้งสองชนิด มีขนาดราว 30×36 เซนติเมตร ผ้ายันต์รวมกรอบมีขนาด 46.5×49.5 เซนติเมตร กรอบหนาราว 1.5 เซนติเมตร กรอบอย่างดีใช้ แผ่นอะคริลิค แทนกระจก ซึ่งจะมีข้อดีคือ
1.อะคริลิคมีน้ำหนักเบากว่ากระจกแก้ว แสงสว่างส่องผ่านได้มากกว่ากระจกซึ่งแสงสามารถทะลุผ่านได้ถึง92%
2.อะคริลิคทนทานและมีโอกาสแตกหักได้ยากกว่า,รองรับน้ำหนักได้ดี
3.อะคริลิค มีความเป็นฉนวนความร้อนได้ดีกว่าแก้วประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นฉนวนความร้อนที่ดี
ข้อเสียคือ อะคริลิค เนื้ออ่อนกว่า จึงทนการขูดขีดได้ต่ำกว่ากระจกและมีราคาที่แพงกว่ากระจก